เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกก็เริ่มบางลงโดยไม่รู้ตัว ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหากระดูกพรุน ปวดข้อ หรือกระดูกหักง่ายเพียงเพราะการล้มเบาๆ การดูแลกระดูกตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ และ “แคลเซียม” คือกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรทานแคลเซียมให้เพียงพอเพื่อทดแทนมวลกระดูกที่ลดน้อยลงไปทุกวัน ดังนั้นหากใครที่กำลังมองหา แคลเซียมบํารุงกระดูก ผู้สูงอายุ ละก็ตามมาทางนี้ได้เลยเราจะแนะนำให้เอง
หลักการเลือกแคลเซียมสำหรับผู้สูงอายุ
- เลือกชนิดแคลเซียมที่ดูดซึมดี
แนะนำ Calcium Citrate เพราะดูดซึมได้ดีแม้ไม่มีกรดในกระเพาะ (เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีปัญหากระเพาะอาหาร)
รองลงมาคือ Calcium Carbonate ต้องกินหลังอาหารเพื่อช่วยดูดซึม
- มีวิตามิน D3
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
ผู้สูงอายุที่ไม่ออกแดดควรเสริม D3 ร่วมด้วย
- มี Magnesium และ Vitamin K2
ช่วยทำงานร่วมกับแคลเซียมในการบำรุงกระดูก และป้องกันการสะสมแคลเซียมผิดที่ เช่น ในหลอดเลือด
- ปริมาณพอเหมาะ ไม่มากเกินไป
ผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมประมาณ 1,000–1,200 มก./วัน
ถ้ากินจากอาหารได้บางส่วน อาจเสริมจากอาหารเสริมแค่ 500–600 มก./วัน
- เลือกทานอาหารเสริมที่ทานได้ง่าย
แบบเม็ดเล็ก, เม็ดเคี้ยว, เม็ดฟู่ หรือแคลเซียมแบบน้ำ เหมาะกับผู้ที่กลืนยาเม็ดยาก
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์มี อย. หรือมาตรฐานชัดเจน
เพื่อความปลอดภัย เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและได้รับการรับรอง
ข้อแนะนำในการทาน
- ควรทาน หลังอาหาร หรือ ก่อนนอน
- ดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงการทานพร้อมกับชา/กาแฟ
- ถ้ามีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
แคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการบำรุงรักษากระดูกโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอจะช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูก ซึ่งควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ผักใบเขียว และปลาเล็กปลาน้อย ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน อย่างไรก็ตามการได้รับปริมาณแคลเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน ควรเน้นจากการรับประทานอาหารก่อน หากไม่เพียงพออาจจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันของร่างกาย